ฝึกซ้อมการแสดงเพลงแหล่พระคุณแม่ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแสดงในงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปีการศึกษา 2568

เพลงแหล่: มรดกทางวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เพลงแหล่ ศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ ไม่ใช่เพียงแค่บทเพลงขับขาน แต่คือ การเทศน์ในรูปแบบเสียงและท่วงทำนอง ที่ร้อยเรียงถ้อยคำอย่างงดงามตามฉันทลักษณ์ เน้นความไพเราะและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื้อหาของเพลงแหล่มักสอดแทรกคำสอนทางพระพุทธศาสนา ขนบธรรมเนียม ประเพณี ปรัชญาชีวิต และค่านิยมของสังคมในยุคนั้น ๆ นอกจากนี้ยังสามารถประยุกต์ให้มีความร่วมสมัย พร้อมสอดแทรกความบันเทิงได้อย่างลงตัว ขึ้นอยู่กับปฏิภาณของผู้ขับขานหรือ "หมอแหล่" แต่ละคน สานต่อคุณค่าผ่านกิจกรรมวันแม่: สอดรับเป้าหมาย SDG สำนักศิลปวัฒนธรรมวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น ร่วมกับ คณะกรรมการองค์การนักศึกษา ตระหนักถึงคุณค่าอันล้ำลึกของเพลงแหล่ จึงได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวันแม่แห่งชาติด้วยการแสดง ขับร้องบทเพลงแหล่เกี่ยวกับพระคุณแม่และบทแหล่แพ้ท้อง กิจกรรมนี้ไม่เพียงเป็นการแสดงออกถึงความรักและความกตัญญูต่อแม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการ อนุรักษ์บทเพลงพื้นบ้าน อันทรงคุณค่าผ่านเยาวชนรุ่นใหม่ของวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) ในหลายมิติ: SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education): การส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้และสืบทอดเพลงแหล่ เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น สร้างการตระหนักรู้ถึงคุณค่าของศิลปะพื้นบ้าน SDG 11: เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (Sustainable Cities and Communities): การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอย่างเพลงแหล่ เป็นส่วนหนึ่งของการธำรงรักษาอัตลักษณ์และความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชุมชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน SDG 16: สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง (Peace, Justice, and Strong Institutions): เพลงแหล่มักสอดแทรกคำสอนด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีงาม ซึ่งมีส่วนในการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้กับสังคม สร้างความเข้าใจและสันติสุขในชุมชน เพลงแหล่: มากกว่าความบันเทิง คือรากฐานสู่การพัฒนา การจัดกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการแสดงออกทางวัฒนธรรม แต่เป็นการตอกย้ำว่าเพลงแหล่คือ หนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ควรได้รับการอนุรักษ์ เรียนรู้ และสืบสาน เพื่อให้คุณค่าและปรัชญาที่แฝงอยู่ในบทเพลงยังคงเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป #เด็กนอร์ทเด็กเหนือ #กองกิจการนักศึกษาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น #องค์การนักศึกษาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น #สำนักศิลปวัฒนธรรมวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น #Northernlovemom #วันแม่แห่งชาติ #เพลงแหล่ #วิทยาลัยนอร์ทเทิร์น #NorthernNTC #NTC

โพสต์โดย Nort Art สำนักศิลปวัฒนธรรมวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น เมื่อ วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม 2025

คณะกรรมการองค์การนักศึกษา วิทยาลัยนอร์ทเทิร์น ร่วมกับสำนักศิลปวัฒนธรรม ฝึกซ้อมการแสดงเพลงแหล่พระคุณแม่ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแสดงในงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปีการศึกษา 2568 การขับร้องเพลงแหล่ถือเป็นหนึ่งในมรดกทางศิลปวัฒนธรรมและเพลงพื้นบ้านที่หาฟังได้ยากในปัจจุบัน

ในฐานะเยาวชนรุ่นใหม่ คณะกรรมการองค์การนักศึกษาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์นมีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอ ถ่ายทอด และอนุรักษ์บทเพลงพื้นบ้านอันทรงคุณค่านี้ไว้ โดยสำนักศิลปวัฒนธรรม วิทยาลัยนอร์ทเทิร์น ได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมอย่างเต็มที่ในการพัฒนา ต่อยอด และสืบสานบทเพลงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นแขนงหนึ่งของศิลปวัฒนธรรมไทย ให้คงอยู่และยั่งยืนสืบไป

เพลงแหล่: มรดกทางวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
เพลงแหล่ ศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ ไม่ใช่เพียงแค่บทเพลงขับขาน แต่คือ การเทศน์ในรูปแบบเสียงและท่วงทำนอง ที่ร้อยเรียงถ้อยคำอย่างงดงามตามฉันทลักษณ์ เน้นความไพเราะและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื้อหาของเพลงแหล่มักสอดแทรกคำสอนทางพระพุทธศาสนา ขนบธรรมเนียม ประเพณี ปรัชญาชีวิต และค่านิยมของสังคมในยุคนั้น ๆ นอกจากนี้ยังสามารถประยุกต์ให้มีความร่วมสมัย พร้อมสอดแทรกความบันเทิงได้อย่างลงตัว ขึ้นอยู่กับปฏิภาณของผู้ขับขานหรือ "หมอแหล่" แต่ละคน
สานต่อคุณค่าผ่านกิจกรรมวันแม่: สอดรับเป้าหมาย SDG
สำนักศิลปวัฒนธรรมวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น ร่วมกับ คณะกรรมการองค์การนักศึกษา ตระหนักถึงคุณค่าอันล้ำลึกของเพลงแหล่ จึงได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวันแม่แห่งชาติด้วยการแสดง ขับร้องบทเพลงแหล่เกี่ยวกับพระคุณแม่และบทแหล่แพ้ท้อง กิจกรรมนี้ไม่เพียงเป็นการแสดงออกถึงความรักและความกตัญญูต่อแม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการ อนุรักษ์บทเพลงพื้นบ้าน อันทรงคุณค่าผ่านเยาวชนรุ่นใหม่ของวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals - SDGs) ในหลายมิติ:
SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education): การส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้และสืบทอดเพลงแหล่ เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น สร้างการตระหนักรู้ถึงคุณค่าของศิลปะพื้นบ้าน
SDG 11: เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (Sustainable Cities and Communities): การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอย่างเพลงแหล่ เป็นส่วนหนึ่งของการธำรงรักษาอัตลักษณ์และความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชุมชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน
SDG 16: สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง (Peace, Justice, and Strong Institutions): เพลงแหล่มักสอดแทรกคำสอนด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีงาม ซึ่งมีส่วนในการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้กับสังคม สร้างความเข้าใจและสันติสุขในชุมชน
เพลงแหล่: มากกว่าความบันเทิง คือรากฐานสู่การพัฒนา
การจัดกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการแสดงออกทางวัฒนธรรม แต่เป็นการตอกย้ำว่าเพลงแหล่คือ หนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ควรได้รับการอนุรักษ์ เรียนรู้ และสืบสาน เพื่อให้คุณค่าและปรัชญาที่แฝงอยู่ในบทเพลงยังคงเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
Scroll to Top